วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่เนื้อว่านสบู่เลือด

พระองค์นี้เคยลงมาแล้ว เมื่อวันที่ ๑๒ มี.ค. ๒๕๕๗ วันนี้ขอเอามาลงอีกครั้ง สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้อ่านจะได้ไม่ต้องไปค้นย้อนหลัง พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อว่านสบู่เลือดนี้ คนโบราณเรียก"พระสมเด็จแดงกวนอู" ท่านทำแจกเฉพาะทหารที่ไปรบกับเงี้ยว เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๐ ขณะนั้นครองสมณศักดิ์เป็นพระธรรมกิติโสภณ พระสมเด็จแดงกวนอูเป็นที่ต้องการของหนุ่มๆในสมัยนั้นมากเพราะขึ้นชื่อเรื่องความเหนียว แต่ก็หาพระได้ยากเพราะท่านแจกเฉพาะทหารที่ไปรบกับเงี้ยวเท่านั้น ที่เหลือท่านให้พระยากลาโหมนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ทองที่วัดพระแก้ว ของที่ออกมาให้พวกเราได้เห็นกันทุกวันนี้ก็หลุดมาจากกรุนี้ เมื่อหลายสิบปีก่อน



ได้ถ่ายจากหนังสือ "สมเด็จโต" เรียบเรียงโดยนายแฉล้ม โชติช่วง และ นายมนัส ยอขันธ์ หน้า๕๓๖.

พระปิดตาสามเกลอ หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง



วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูม

พระสมเด็จพิมพ์เกศบัวตูมองค์นี้เป็นของวัดระฆัง แกะแม่พิมพ์โดยช่างสิบหมู่สัดส่วนลงตัวสวยงามพอสมควร เป็นพระยุคกลางตอนปลาย เพราะยังใช้น้ำอ้อยเคี่ยวเป็นตัวประสาน ถ้าใช้น้ำมันตั้งอิ้วเป็นตัวประสานคราบจะออกเหลืองและเหลืองอมน้ำตาล ถ้าเป็นพระยุคปลายคือหลังปี พ.ศ.๒๔๐๗ ซึ่งท่านได้เป็นสมเด็จแล้วในปีนั้น และหลวงวิจาร เจียรนัย ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในการแกะพิมพ์ให้ท่านในปีนั้นเช่นกัน พระองค์นี้เป็นเนื้อผงผสมปูนเปลือกหอย ซึ่งสัดส่วนของผงและเปลือกหอยพอๆกัน จึงดูไม่แกร่งมาก พระได้ลงชาดและทารักดำทับ การลงชาดและทับด้วยรักแบบนี้เป็นงานช่างสิบหมู่ที่ทำให้กับเจ้านายชั้นสูง ของบุคคลธรรมดาจะไม่ใช้ชาด แค่ลงรักดำหรือรักนัำเกลี้ยงเท่านั้น พระองค์นี้เจ้าของเดิมได้พยายามล้างรักและชาดออกแต่ก็ล้างไม่หมด ผู้เขียนอยากแนะนำว่าใครที่มีพระที่ปิดทองร่องชาดควรเก็บไว้สภาพเดิมจะดีกว่า เหมือนการรักษาประวัติศาสตร์และผิวพระก็ไม่ชำรุดเสียหายด้วย แค่หาแปรงขนอ่อนปัดทำความสะอาดก็น่าจะพอแล้วครับ



พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่อกวี

พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่องค์นี้เป็นพิมพ์นิยม ลงรักปิดทองมาแต่เดิม เนื้อผงผสมปูนเปลือกหอยดูหนึกแกร่ง สภาพองค์พระสวยสมบูรณ์กดพิมพ์ได้คมชัด เป็นพระเก่าเก็บ



วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานคู่

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานคู่ ครับอ่านไม่ผิด ในตำราว่าพระพิมพ์ฐานคู่มีเฉพาะกรุวัดบางขุนพรหมที่วัดระฆังไม่มี แต่ความเป็นจริงแล้วที่วัดระฆังได้ทำมาก่อนเช่นพระองค์นี้ ท่านสร้างไว้เมื่อปี พ.ศ.๒๓๘๗ ขณะนั้นท่านอายุ ๕๖ ปีย่าง ๕๗ (หลวงปู่คำบันทึกไว้) โดยช่างสิบหมู่เป็นผู้แกะพิมพ์ พระองค์นี้เป็นเนื้อผงผสมข้าวสุก ผงเกสร ผงใบลาน ผงดำ และใช้น้ำอ้อยเคี่ยวเป็นตัวประสานเนื้อพระ พอปี พ.ศ.๒๔๑๓ ได้นำพิมพ์นี้กลับมาทำอีกครั้งเพื่อบรรจุกรุที่วัดบางขุนพรหม เพราะฉะนั้นพระพิมพ์ฐานคู่จึงมีทั้งวัดระฆัง และวัดบางขุนพรหม เช่นเดียวกับพิมพ์เส้นด้ายสมัยก่อนก็ว่ามีแต่กรุวัดบางขุนพรหม แต่ปัจจุบันก็ได้ยอมรับว่าที่วัดระฆังก็มีเช่นกัน.



วงสีแดงคือผงพุทธคุณ



พระปิดตาสามเกลอ ยอดบายศรี หลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์



พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่อกผายเอวผาย

พระองค์นี้เป็นของวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่อกผายฝีมือการแกะแม่ของหลวงวิจาร เจียรนัย ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากพระพุทธรูปสุโขทัย พระองค์นี้ผิวนอกโดนล้างออกหมด เนื้อพระละเอียดปนหยาบถ้าได้ผ่านการใช้สักช่วง
เนื้อพระจะงามมาก เพราะเนื้อพระเวลานี้แห้งและขาดความชื้น ถ้าได้สัมผัสไอตัวและความร้อนจากผู้แขวนพระจะสีเข้มขึ้นและนุ่มขึ้น ทำให้พระดูง่ายขึ้นอีกมาก.




มวลสารต่างๆที่อยู่ด้านหลังพระ ที่วงสีแดงไว้คือผงพุทธคุณ

วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่อกกระบอก

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่อกกระบอกองค์นี้หลวงวิจาร เป็นผู้แกะพิมพ์ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง ที่มีเอกลักษณ์ลำพระองค์ตรงจึงเป็นที่มาของพิมพ์อกกระบอก พระองค์นี้เป็นพระยุคปลายพิมพ์นิยม เนื้อผสมปูนสุกมีการยุบตัวตามพื้นผนัง เส้นซุ้มหดม้วนตัว ด้านหลังมีรอยไม้กระดานกด
หรือเรียกสั้นๆว่าหลังกระดาน



พระองค์นี้แตกลายแบบหนังจรเข้ บางองค์มีการแตกลายหลายแบบในเนื้อเดียวกัน จะเรียกแตกลายผสม

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์พิเศษ

พระองค์นี้เป็นพระยุคกลาง ฝีมือช่างสิบหมู่แกะพิมพ์ถวาย เนื้อพระเป็นเนื้อผงผสมข้าวสุกใช้น้ำอ้อยเคี่ยวเป็นตัวประสาน พระยุคนี้มักแตกลานซึ่งก็ดูสวยงามไปอีกแบบ โดยความชอบส่วนตัวแล้วผู้เขียนชอบเนื้อพระยุคต้นและยุคกลาง มากกว่าพระยุคปลาย พระยุคปลายพิมพ์ทรงสวยแต่เรื่องเนื้อหาสู้พระยุคต้นและยุคกลางไม่ได้ เนื้อหาจะหลากหลายกว่าดูหนึกนุ่มตากว่า เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อผงผสมข้าวสุก และมักแก่ผงด้วย การสร้างแต่ละครั้งก็สร้างจำนวนน้อยตามความประสงค์ของท่าน
การปลุกเสกท่านก็ทำจนเป็นที่พอใจถึงนำมาแจก ส่วนพระยุคปลายทำครั้งละจำนวนมากเพราะท่านมีชื่อเสียงแล้ว ใครๆก็อยากได้พระของท่านมวลสารต่างๆก็จะน้อยลงเพราะพระมีจำนวนมาก ก็จะถูกเฉลี่ยมวลสารกันไปเวลาผสมเนื้อ และส่วนใหญ่จะเป็นพระเนื้อแก่ปูน ปัจจุบันพระยุคต้นและยุคกลางไม่มีราคา บางกลุ่มว่าเป็นพระเก๊หรือพระเกจิไปเลย แต่ก็มีบางกลุ่มรู้คุณค่าแอบเก็บอยู่เงียบๆ ซึ่งผู้เขียนเองก็ชอบพระยุคต้นและยุคกลางดูมีเสน่ห์กว่ามาก แต่ถ้าชอบเรื่องราคาก็ต้องพระยุคปลายครับ.



การแตกลายบนผิวพระสมเด็จนั้นมีหลายแบบ เรียกชื่อการแตกลายต่างกันออกไปตามลักษณะของการแตก เช่นองค์นี้เรียกแตกลายแบบท้องนา เพราะมีลักษณะเหมือนทองนาที่แตกละแหง การเห็นรอยแตกลานของพระสมเด็จนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะเรียกว่าแตกลายงาเสมอไป