วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

พระกริ่งปวเรศเนื้อผงใบลาน



พระสมเด็จพิมพ์พิเศษ (พิมพ์พระมหาพิชัยมงกุฎ)

พระองค์นี้หลวงปู่โตท่านสร้างถวาย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๔ ท่านมีพระนามเดิมว่า "เจ้าฟ้ามงกุฏ" พระองค์นี้มีมหามงกุฎอยู่ด้านบน ลงชาดและปิดแผ่นเงิน แทนทองคำเปลว ด้านหลังมียันต์ เนื้อผงผสมข้าวสุกดูหนึกนุ่ม





วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557

พระสมเด็จพิมพ์พิเศษ

วันนี้ลงพระพิมพ์พิเศษอีกองค์เป็นพระยุคต้นๆเนื้อผงผสมข้าวสุก ฝีมือแกะพิมพ์เป็นฝีมือช่างหลวง




วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ปรกโพธิ์ลงรักปิดทองร่องชาด

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ปรกโพธิ์ลงรักปิดทองร่องชาด หลวงสิทธิ์เป็นผู้แกะพิมพ์ประมาณปี พ.ศ.๒๔๐๗



วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ปรกโพธิ์

พระองค์นี้เป็นพระยุคกลางเนื้อผงผสมข้าวสุก



พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ปรกโพธิ์(ยุคต้น)

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ปรกโพธิ์องค์นี้เป็นพระยุคต้นๆที่ท่านสร้าง ใบโพธิ์ยังมีลักษณะเสมือนจริงอยู่ และฐานมี ๔ ชั้นซึ่งผู้เขียนเข้าใจว่า ผู้แกะพิมพ์คงตั้งใจแกะฐานสามชั้น แต่ชั้นบนสุดคือหญ้า ๘ กำที่ "โสตถิยะ พราหมณ์" ถวายพระมหาบุรุษ เพื่อนำไปปูเป็นอาสนะ จึงดูเหมือนมีฐาน ๔ ชั้นผิดถูกอย่างไรก็ต้องขออภัย ผู้เขียนมีความเข้าใจเช่นนั้น พระองค์นี้เป็นของคุณพ่อของผู้เขียน มีรอยหักซึ่งต่อเอาไว้ ผู้เขียนได้รับรู้มาว่าคนยุครุ่นพ่อ(ผู้เขียน) หรือประมาณ ๖๐-๗๐ ปีก่อน เวลาจะเช่าพระสมเด็จถ้าไม่แน่ใจ เขาจะหักดูเนื้อในกันเลยถ้าใช่ก็จะเช่า ถ้าไม่ใช่ก็หักฟรีไป จริงเท็จอย่างไรไม่ทราบแต่ของคุณพ่อผู้เขียนมีพระหักแบบนี้อยู่ ๒-๓ องค์ ผู้เขียนเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมต้องหักด้วย พระที่ไม่ได้ลงรักก็เห็นเนื้ออยู่แล้วทำไมต้องหักให้เสียของ?




วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557

พระกริ่งปวเรศพิมพ์แต่งจีวรลายดอก

พระกริ่งปวเรศพิมพ์แต่งจีวรลายดอก พระพิมพ์นี้เท่าที่ผู้เขียนค้นข้อมูลได้สร้างไว้หลายวาระ แต่สำหรับองค์ที่ลงไว้นี้น่าจะสร้างในปี พ.ศ.๒๔๓๔ ดูจากลายจีวรและลายมือที่จารใต้ฐาน พระชุดนี้เป็นพระที่ได้มีการพัฒนาที่ลงตัวแล้ว ทั้งการหล่อ การผสมเนื้อโลหะและฝีมือช่างที่ตกแต่งพิมพ์ เนื้อเป็นเนื้อสัมฤทธิ์เดช คือสัมฤทธิ์กลับดำ หรือนวโลหะ เป็นทองสัมฤทธิ์เนื้อเก้าคือมีส่วนผสมของโลหะ ๙ ชนิดคือ ๑.ชิน หนัก ๑ บาท ๒. จ้าวน้ำเงิน หนัก ๒ บาท ๓. เหล็กละลายตัว หนัก ๓ บาท ๔. ตะกั่วเถื่อน หนัก ๔ บาท ๕. ปรอท หนัก ๕ บาท ๖. สังกะสี หนัก ๖ บาท ๗. บริสุทธิ์ (ทองแดงเถื่อน) หนัก ๗ บาท ๘. เงิน หนัก ๘ บาท ๙. ทองคำ หนัก ๙ บาท เนื้อสัมฤทธิ์นี้ถือเป็นสัมฤทธิ์ที่สมบูรณ์ที่สุด หรือเป็นยอดของสัมฤทธิ์ เนื้อสัมฤทธิ์นี้เนื้อในจะมีวรรณะสีจำปาแก่หรือสีนาก ผิวนอกกลับดำดั่งนิลดำ เนื้อสัมฤทธิ์นี้ให้คุณด้านมหาอุตม์ อำนาจตบะเดชะ มหานิยม ลาภผล ความสำเร็จ คงกระพัน และแคล้วคลาด.




วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

พระกริ่งกรมพระยาปวเรศปี พ.ศ.๒๔๑๗

วันนี้ให้ชมพระกริ่งกรมพระยาปวเรศ ๒๔๑๗ อีกองค์ พระเหล่านี้ผ่านการแต่งทุกองค์ โครงใหญ่โดยรวมจะเหมือนกัน แต่ถ้าสังเกตุดูดีๆ ลายละเอียดจะต่างกัน 
เพราะเป็นงานฝีมือที่ตกแต่งทีละองค์



พระกริ่งกรมพระยาปวเรศ ปีพ.ศ.๒๔๑๗

พระกริ่งกรมพระยาปวเรศ ปีพ.ศ.๒๔๑๗ เนื้อสัมฤทธิ์เดช ปัจจุบันเรียกสั้นๆว่า "พระกริ่งปวเรศ" พระนามเดิมในปีพ.ศ.๒๓๙๔ พระนามว่า "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าฤกษ์ กรมหมื่นบวรรังษีสุริยพันธุ์" พระกริ่งที่ท่านสร้างในยุคนั้น (พ.ศ.๒๓๙๔-พ.ศ.๒๔๑๕) จะเรียกในนาม "พระกริ่งบวรรังสี" และท่านได้เปลี่ยนพระนามใหม่ในปี
พ.ศ.๒๔๑๖ เพราะได้เลื่อนพระอิสริยยศขึ้นเป็น "พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์" ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๓๔ ท่านทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ท่านประทับอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร สิ้นพระชนเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ.๒๔๓๕ พระชนมายุได้ ๘๓ พรรษา ๑๓ วัน
ผนวชเป็นพระภิกษุได้ ๖๔ พรรษา




วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

รูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์ใหญ่ ลงรักปิดทอง

พระรูปหล่อหลวงพ่อเงินองค์นี้ ลงรักน้ำเกลี้ยงปิดทองมาแต่เดิม รักทองได้หลุดร่อนตามการเวลา ช่อใต้ฐานใหญ่รอยตะไบเป็นแบบการแต่งตะไบโบราณ คือเส้นและความลึกของตะไบเส้นจะใหญ่และลึกสลับกับเส้นบางเล็กไม่เป็นระเบียบเหมือนสมัยนี้ พระองค์นี้เป็นพระเก่าเก็บยังไม่เคยผ่านการใช้มาก่อน.