วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่เนื้อแก่ข้าวสุก

พระองค์นี้เป็นพระเนื้อผงผสมข้าวสุก ซึ่งแก่ข้าวสุกเนื้อออกเหนียวดูนุ่มตา





วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่หลังกระดาน

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ เนื้อผงผสมข้าวสุก หลังกระดาน





พิมพ์เดียวกัน แต่ต่างกัน

พระทั้งสามองค์นี้เป็นแม่พิมพ์เดียวกัน สร้างยุคเดียวกัน แต่เนื้อคนละครก เนื้อหลักเหมือนกันแต่ส่วนผสมอย่างอื่นมากน้อยต่างกัน ให้สังเกตุช่วงเกศและฐานพระในวงกลม
ถึงแม้จะเป็นแม่พิมพ์เดียวกัน ก็ย่อมมีการคลาดเคลื่อนกดพิมพ์มาแล้วสภาพบางส่วนต่างกัน บิดงอต่างกันได้ อย่าไปยึดถือสิ่งเหล่านี้เป็นจุดตาย เนื้อผงไม่ใช่เหรียญ
เส้นซุ้มในกรอบสี่เหลี่ยมองค์แรกและองค์สุดท้ายใกล้เคียงกันคือโค้งนิดๆ ส่วนองค์กลางเส้นเกือบตรง เพราะฉะนั้นดูพิมพ์พระให้ดูโดยรวม จะหาพิมพ์ที่กดออกมาแล้ว
เหมือนกัน ๑๐๐% ทุกจุดนั้นยาก บางท่านกางหนังสือเอาพระมาเทียบเลยจะให้เหมือนในหนังสือทุกจุดนั้นยากครับ และพระถ้าสภาพพระใช้ประจำก็จะต่างออกไปอีก จะมีเส้นสายที่ใหญ่ขึ้น
เพราะในองค์พระจะมีความชื้นสูง พวกเซียนหรือพ่อค้าพระมืออาชีพจะรู้ เขาว่าพระบวมเมื่อได้พระแบบนี้มาเขาจะนำมาไล่น้ำออก เรียกว่า"ย่างพระ"แต่ไม่ใช่การใส่ตะแกรงแล้วนำไปปิ้งไฟนะครับ อย่าได้ทำเชียว
เขาจะมีกรรมวิธีของเขา ไม่ต้องไปรู้วิธีของเขาหรอก ให้รู้ว่าพระเนื้อผงบวมได้ก็พอเหมือนฟองน้ำที่อมน้ำ หลายท่านอาจไม่เชื่อก็ไม่ผิด เพราะรู้อะไรอย่าเพิ่งเชื่อ ต้องใช้สติตัวเองพิจารณา ผู้เขียนเพียงเล่าจากประสบการณ์ที่เจอเท่านั้น

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เจดีย์ ๓






พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เจดีย์ ๒





วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ เนื้อกังไส ๒

วันนี้ให้ดูเนื้อกังไสอีกองค์ เป็นพิมพ์ของหลวงวิจาร เจียรนัย เหมือนองค์ก่อนหน้านี้ ใช้น้ำมันตังอิ้วเป็นตัวประสาน ผิวพระแตกลายสังคโลก




วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ เนื้อกังไส

พระองค์นี้เป็นพระเนื้อละเอียดแกร่ง หลายท่านเรียกพระเนื้อนี้ว่า "เนื้อปูนเพชร"  คำว่า "ปูนเพชร" หมายถึงปูนชนิดหนึ่ง ทําด้วยปูนขาวผสมทรายละเอียด นํ้ากาวหนัง และนํ้าเชื้อนํ้าตาล ใช้ปั้นรูปต่าง ๆ เช่น หน้าบัน ลายกระหนก หัวนาค (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒) แต่ผู้เขียนมีความคิดที่แตกต่างคือ น่าจะเป็นส่วนผสมของดินที่นำมาจากเมือง "อันฮุย" ประเทศจีนมากกว่า เพราะดินนี้สมัยรัชกาลที่๔ ท่านได้สั่งเข้ามา
เพื่อทำชามเบญจรงค์  จะให้เข้าใจง่ายก็คือดิน "พอร์ซเลน" ที่มาทำเซรามิค ทางวังหน้าก็ได้นำดินนี้มาสร้างพระเช่นกัน (วังหน้าได้รับมอบหมายให้ผลิตถ้วยชามเบญจรงค์) เมื่อผู้เขียนใช้กล้องขยาย 50x
ขยายดูเนื้อพระองค์นี้ก็ไม่พบส่วนผสมของทราย เพราะปูนเพชรจะมีทรายละเอียดผสมอยู่ จึงแน่ใจว่าพระเนื้อลักษณะนี้น่าจะเป็นดินจากเมือง "อันฮุย" มากกว่า ปูนเพชร แต่ไม่จำเป็นต้องเชื่อนะครับเป็นความเห็นส่วนตัวอาจผิดพลาดก็ได้ ( เขาบอกไว้เรารับฟัง ถ้าสงสัยก็ต้องค้นหา )