วันพุธที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560

มีคนถามมาว่าพระสมเด็จแบ่งยุคต้น กลาง ปลายอย่างไร การแบ่งยุคนั้นมีการแบ่งออกอยู่หลายกลุ่ม ตามความเข้าใจของกลุ่มนั้น ๆเช่นพวกพ่อค้าพระ เขาเล่นพิมพ์ของหลวงวิจารณ์ เจียรนัย กลุ่มนี้จะนับปี พ.ศ.๒๔๐๗ เป็นยุคต้นเพราะหลวงวิจารณ์ท่านเริ่มแกะพิมพ์ให้ และเป็นปีที่หลวงปู่โตท่านได้เป็นสมเด็จด้วย ส่วนของตัวผมเองได้แบ่งพระยุคต้นเริ่มในสมัย ร.๒-ร.๓ คือ พ.ศ.๒๓๕๒-๒๓๖๗ ยุคกลาง ร.๓-ร.๔ พ.ศ.๒๓๖๗-๒๔๐๗ ยุคปลาย ร.๔-ร.๕ พ.ศ.๒๔๐๗-๒๔๑๕ เหตุที่พระยุคกลางนับมาสิ้นสุด พ.ศ.๒๔๐๗ ไม่นับปี พ.ศ.๒๓๙๔ ซึ่งเป็นปีที่ร.๔ ขึ้นครองราชนั้น เหตุเพราะการสร้างพระและการแกะพิมพ์ทรงไม่มีการเปลี่ยนแปลงชัดเจนจนมาถึงปี พ.ศ.๒๔๐๗ เป็นปีที่ท่านได้เป็นสมเด็จ และหลวงวิจารณ์ เจียรนัย เริ่มเข้ามาแกะแม่พิมพ์ให้ ในขณะเดียวกันเริ่มใช้น้ำมันตั้งอิ๊วมาเป็นตัวประสานเนื้อพระ เพิ่มจากที่จะใช้เพียงน้ำอ้อยเคี่ยว น้ำผึ้งและยางไม้เท่านั้น จึงนับปี พ.ศ.๒๔๐๗ เป็นปีแรกของพระยุคปลาย ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นการแบ่งยุคในความเข้าใจของผม ใครจะนำไปใช้ก็ได้ ซึ่งการแบ่งยุคนั้นเพียงเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นและตรงกันในกลุ่ม แต่ใครจะแบ่งอย่างไรนั้นก็ไม่ผิด ซึ่งถ้ากลุ่มนั้นเข้าใจและสื่อสารตรงกัน




วันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์พิเศษ





พระสมเด็จวัดระฆังยุคต้นเนื้อเทียนชัย





พระผงสุพรรณพิมพ์หน้าแก่



หลวงปู่ทวดวัดช้างให้เนื้อว่าน พ.ศ.๒๔๙๗ พิมพ์ใหญ่หัวขีด





วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่อกผายเอวผาย

พระองค์นี้เป็นพระที่หลวงปู่โตท่านได้สร้างไว้ เป็นพิมพ์ของ หลวงวิจาร เจียรนัย สาเหตุที่พระมีสภาพ ๑๐๐% แบบนี้เพราะว่า พระชุดนี้หลังจากสร้างเสร็จแล้ว ได้ถูกเก็บบรรจุรวมกันไว้ในกล่องเหล็กที่ปิดสนิท ไม่โดนฝุ่น แสงและอากาศเหมือนโดน Freeze เอาไว้ มาถูกเปิดออกอีกทีก็ยุคเรานี้ สภาพจึงเหมือนพระที่สร้างเสร็จใหม่ๆ แต่เนื้อพระนั้นมีความแห้งสนิท มีการยุบตัวของพื้นผนัง ขอบซุ้มด้านบนม้วนตัวเพราะเกิดจากความแห้งและหดตัว คราบนวลแป้งยังอยู่สมบูรณ์ แต่ถ้าเราหยิบจับหรือเอานิ้วไปโดนผิวพระ นวลแป้งก็จะหายไป เวลาถ่ายภาพผู้เขียนต้องระวังมากไม่ให้ไปโดนผิวพระ พระสภาพนี้หาดูได้ยากผู้เขียนคิดอยู่หลายครั้งว่าจะลงให้ดูดีหรือไม่ แต่คิดอีกทีถ่ายไว้แล้วก็ลงให้ดู ใครไม่เชื่อก็ดูภาพเพลินๆแล้วกันครับ กลุ่มคนที่ได้พระชุดนี้ไปเขาเรียก "พระเนื้อกระดาษ" เพราะสีของพระขาวเหมือนกระดาษขาวปอนด์.





พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่

พระสมเด็จองค์นี้กดพิมพ์ที่วัดระฆัง การที่บอกว่ากดพิมพ์ที่วัดระฆังเพราะว่าพระที่สร้างส่วนใหญ่ ที่เราพบเจอจะสร้าง หรือกดพิมพ์หลักๆอยู่สองแห่ง คือที่วัดระฆังและในวัง ในวังนั้นหมายถึงวังหลวง วังหน้า และวังหลัง ส่วนแม่พิมพ์ของวัดระฆังมีทั้งช่างชาวบ้าน และช่างหลวง วิธีแยกง่ายๆก็คือการตัดกรอบของวัดระฆังจะใช้ตอกตัดขอบจะไม่เรียบเสมอกันมักมีรอยครูด ส่วนของในวังจะใช้ของมีคมตัด ขอบจะดูเรียบร้อย และจะกดพิมพ์ได้สวยทำประณีตกว่าของวัดระฆัง พระองค์นี้แกะพิมพ์โดยช่างหลวงกดพิมพ์ที่วัดระฆัง เนื้อกรองละเอียดดูหนึกและเหนียว บางท่านเรียกเนื้อแบบนี้ว่า "เนื้อนมข้น" เพราะลักษณะเนื้อและสีคล้ายนมข้นหวาน