วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

พระสมเด็จบนตราพระราชลัญจกร

พระองค์นี้เป็นพระสมเด็จที่ท่านสมเด็จโตสร้าง เป็นชุดสุดท้าย (ที่ทำจำนวนมาก) ทำด้วยเนื้อแป้งข้าวเหนียว ลงรักผสมชาดปิดทอง ส่วนหนึ่งถูกเก็บไว้ที่เพดานวิหารวัดระฆัง พระชุดนี้จะมีการปิดทองไว้ด้านหลังด้วยทุกองค์ทุกพิมพ์ (ถ้าไม่ถูกล้างออก) สำหรับพิมพ์นี้เป็นตราพระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่๕ มีพระสมเด็จอยู่ตรงกลาง สันนิษฐานว่าสร้างตอนฉลองรัชกาลที่๕ ขึ้นครองราชปี พ.ศ.๒๔๑๑ วันนี้นำมาให้ชม ๒ องค์ส่วนอีกองค์โดนล้างรักออก ทำให้เห็นเนื้อและพิมพ์ชัดเจน เป็นแม่พิมพ์คนละตัวกัน ด้านหลังมีรูปพระสมเด็จประทับเอาไว้เนื้อแตกลายสวยงาม










วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

พระสมเด็จทรงกลีบบัวเนื้อว่านผสมผง

พระสมเด็จทรงกลีบบัวเนื้อว่านผสมผง มีรูปองค์ท่านสมเด็จโตอยู่ตรงกลาง ด้านบนเป็นรูปพระพุทธ มีฉัตรประดับซ้ายและขวา (ข้างองค์พระพุทธ) ส่วนด้านข้างท่านสมเด็จโตมีพระสมเด็จฐาน ๓ ชั้นอยู่ข้างละ ๑ องค์ ด้านล่างมีตัวอักษรเขียนว่า "สมเด็จโต" พระองค์นี้มีขนาดเขื่อง ฝีมือการแกะแม่พิมพ์โดยช่างหลวง เนื้อพระบางส่วนได้ถูกแมลงแทะกินไป เพราะเป็นพระเนื้อว่าน พวกสัตว์ต่างๆชอบมาแทะกิน พระองค์นี้ใช้น้ำอ้อยเคี่ยว และยางไม้เป็นตัวประสานเนื้อพระ





วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

พระทรงกลีบบัวหลังตราแผ่น

พระทรงกลีบบัวหลังตราแผ่น พระองค์นี้เข้าใจว่าสร้างใน งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่๒ ของรัชกาลที่๕ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๑๖ เป็นรูปตราบนหมวกทหารเรือ ตรานี้เริ่มใช้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่๔ ส่วนเนื้อพระเป็นเนื้อข้าวสุกผสมผง ใช้น้ำอ้อยเคี่ยวและยางไม้เป็นตัวประสาน พระองค์นี้ไม่ทันท่านสมเด็จโต เพราะท่านมรณะก่อน ๑ ปี คือปี พ.ศ.๒๔๑๕ 





วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

พระท่านสมเด็จโตในรูปแบบตราพระราชลัญจกร

พระเนื้อผงพุทธคุณ ท่านสมเด็จโตในรูปแบบตราพระราชลัญจกร (พระราชลัญจกร คือตราที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้ประทับ กำกับพระปรมาภิไธยและประทับกำกับเอกสารสำคัญ ที่ออกในพระปรมาภิไธย เป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงพระราชอำนาจ และพระราชลัญจกรประจำแผ่นดินหรือประจำรัชกาลนั้น) พระที่ลงในวันนี้มีลงอยู่ในหนังสือ "พระสมเด็จวังหน้า และ หลวงพ่อเงินบางคลานพิมพ์ช่างหลวง" เขียนโดย "มัตตัญญู" (เป็นหนังสือที่ดีน่าสนใจเล่มหนึ่ง) ซึ่งได้ลงภาพเอาไว้ แต่ไม่มีข้อมูลเชิงลึกสำหรับพระพิมพ์นี้ โดยส่วนตัวเข้าใจว่าสร้างฉลองรัชกาลที่ ๕ ขึ้นครองราชปี พ.ศ.๒๔๑๑ หรือ พ.ศ.๒๔๑๖ ฉลองครองราชครั้งที่๒ เพราะ ๒ ปีนี้มีการสร้างพระไว้มากทั้งแบบและเนื้อ ด้วยในราชสำนักนับถือท่านสมเด็จโตมาก (ช่วงเวลานั้นไม่มีสมเด็จพระสังฆราชตำแหน่งว่างอยู่) จึงได้ออกแบบเอารูปองค์ท่านไว้ในตราพระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ ๕ เข้าใจว่าเพื่อเป็นศิริมงคล ฝีมือแกะพิมพ์เป็นฝีมือช่างหลวง เนื้อองค์พระเป็นเนื้อแก่ข้าวสุกผสมผงและมวลสารอื่นๆ (อาจเป็นเนื้อแป้งข้าวเหนียวก็ได้ เพราะเนื้อข้าวสุกกับเนื้อแป้งข้าวเหนียวแยกยากจะคล้ายกัน) สำหรับตัวประสานเนื้อนั้นใช้น้ำอ้อยเคี่ยวและยางไม้เป็นตัวประสาน แบบพระยุคต้นและพระยุคกลาง ส่วนด้านหลังเป็นหลังเบี้ย พระองค์นี้เนื้อหางดงาม





วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

พระรูปเหมือนท่านสมเด็จโต

วันนี้ขอลงพระรูปเหมือนท่านสมเด็จโตต่อเนื่องจากเมื่อวาน พระองค์นี้มีขนาดเขื่อง เท่าองค์หูไหที่ลงไว้เมื่อวานนี้ แต่องค์นี้หลังเรียบ สภาพสมบูรณ์ เป็นฝีมือช่างหลวงเช่นกัน พระชุดนี้นอกจากมีเนื้อหลักเป็นเนื้อแป้งข้าวเหนียวผสมผงแล้ว ที่พบมีเนื้อว่านด้วย ซึ่งนำมาลงไว้ให้ชมเช่นกัน พระเนื้อว่านที่ลงไว้นี้ด้านหลังเป็นหูไห และมียันต์อักขระ มีรูปไก่อยู่ด้านล่าง มีอักษรย่อตัว "ก" ด้านซ้าย "ถ" ด้านขวา พระเนื้อว่านนี้ถ้าเก็บไม่ดีจะโดนหนูและแมลงมาแทะกิน พระพิมพ์เหล่านี้ปัจจุบันหาดูยากแล้ว จึงนำมาให้ชม ว่าพระของท่านสมเด็จโตลักษณะนี้ก็มีครับ









วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

พระรูปเหมือนท่านสมเด็จโต หลังหูไห

พูดถึงพระสมเด็จของท่านสมเด็จโตนั้นมีมาก มีที่ท่านสร้างเองและลูกศิษย์ที่นับถือท่าน ขอเนื้อผงของท่านไปกดพิมพ์ แล้วนำมาให้ท่านอธิฐานจิตให้ โดยเฉพาะในราชสำนักไม่ว่าจะเป็นวังหน้า วังหลัง และจ้าวนายท่านอื่นๆ ไม่สามารถทราบได้หมด ตัวอย่างพระที่ลงวันนี้น่าจะเป็นของวังหน้า เป็นพระนูนสูงหลังหูไห มีขนาดเขื่อง เป็นพระยุคปลายข้อมูลจากหนังสือของท่าน พ.ต.ต.จำลอง มัลลิกะนาวิน ได้เขียนไว้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๖ว่า ท่านสมเด็จโต สร้างพระชุดสุดท้ายโดยใช้แป้งข้าวเหนียว เพราะสะดวกรวดเร็วกว่าใช้ปูนเปลือกหอยมาก พระชุดสุดท้ายนี้พบอยู่บนเพดานวิหารวัดระฆัง เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕ แต่ไม่เป็นข่าวสู่ภายนอก ประกอบกับทางวัดได้ออกพระชุดครบรอบ ๑๐๐ ปีพอดี พระชุดเพดานวิหารวัดระฆังนั้นมีมากพิมพ์ ส่วนใหญ่จะลงรักปิดทอง สำหรับพระที่ลงในวันนี้เป็นพระเนื้อแป้งข้าวเหนียวเช่นกัน พระเนื้อนี้จะเช็คแคลไซต์ไม่ได้เพราะไม่ได้สร้างจากปูน เพราะฉะนั้นเวลาเช็คแคลไซต์ก็ต้องเข้าใจเนื้อพระด้วย พระยุคปลายนี้เนื้อหาจะใกล้เคียงกับพระยุคต้น พระเหล่านี้มีคนรู้จักไม่มากนัก ไม่มีราคาค่างวดในตลาดพระ แต่มีคุณค่าสำหรับผู้ที่ศรัทธาและสะสมผลงานของท่าน เพราะเป็นของหายากไม่ค่อยได้พบเห็นทั่วไป







วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่เนื้อว่านสบู่เลือด

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่เนื้อว่านสบู่เลือด (เดิมเรียกพิมพ์ชายจีวรหนา) พระเนื้อนี้ท่านสร้างไว้สำหรับแจกทหารที่ไปรบกับเงี้ยว ราวปีพ.ศ.๒๔๐๐ รบกันอยู่หลายปี จนทหารไทยได้รับชัยชนะกลับมา เวลานั้นท่านได้เป็นสมเด็จแล้ว จึงเรียกพระเนื้อนี้ว่า "สมเด็จแดงกวนอู" พุทธคุณเด่นทางคงกระพัน คนในยุคนั้นพยายามหากันไว้บูชา เชื่อว่าใครมีพระเนื้อนี้ไม่มีวันตายโหง แต่ท่านแจกเฉพาะทหารที่ไปรบเท่านั้น ไม่แจกให้ชาวบ้านทั่วไป พระที่เหลือจากการแจกทหาร ท่านให้พระยากลาโหมนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ทอง ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ทั้งหมด เท่าที่พบเจอมีอยู่หลายพิมพ์ ถือเป็นพระนอกพิมพ์ที่น่าสนใจองค์หนึ่ง หลวงปู่คำบันทึกเกี่ยวกับพระเนื้อนี้ไว้ว่า ขณะนั้นเช่าบูชากันองค์ละหลายตำลึงทีเดียว 



พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ทรงเจดีย์

พระพิมพ์ทรงเจดีย์ พระองค์นี้เนื้อแก่ปูนเปลือกหอยสุก จากบันทึกของหลวงปู่คำ พระพิมพ์นี้ช่างสิบหมู่เป็นผู้แกะแม่พิมพ์ถวาย เดิมเรียกพระพิมพ์นี้ว่า "พิมพ์พระประธาน (วัดระฆัง)" ปัจจุบันเรียก "พิมพ์ทรงเจดีย์" ทำครั้งแรกที่วัดระฆังเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๒ ขณะนั้นท่านครองสมณศักดิ์เป็นพระเทพกวีวิสุทธินายก สร้างครั้งที่๒เพื่อบรรจุกรุที่วัดวะรามะตาราม หรือวัดบางขุนพรหมใน พระองค์นี้เป็นพระสร้างครั้งที่ ๒ แต่ไม่ได้บรรจุกรุแต่ถูกบรรจุไว้ในหีบเหล็กแทน (เพราะพระที่ได้มาถูกบรรจุไว้ในหีบเหล็กหรืออาจเป็นพระที่สร้างขึ้นอีกชุดที่ใช้แม่พิมพ์เดียวกันก็เป็นไปได้ ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน) ได้ตรวจสอบแคลไซต์ (calcite) แล้ว อายุพระถึงเป็นพระยุคปลาย และพระมีการยุบตัวม้วนตัวของเส้นซุ้มให้เห็น จึงนำมาให้พิจารณากันครับ




พระสมเด็จกรุวัดบางขุนพรหมพิมพ์ฐานคู่


วันนี้เอาพระสมเด็จกรุวัดบางขุนพรหมพิมพ์ฐานคู่มาให้ชม เป็นพระที่ยังไม่ผ่านการใช้ ลงรักปิดทองมาแต่เดิมหรือที่เรียกกันว่า "กรุทับทอง" พระองค์นี้ได้มาสิบกว่าปีแล้ว ได้มาสภาพไหนก็เก็บสภาพนั้นไม่ได้นำมาทำความสะอาดใดๆ จุดที่น่าสนใจของพระองค์นี้นอกจากความสมบูรณ์แล้วคือ การลงรักปิดทองเป็นรูปสามเหลี่ยม คือตั้งใจปิดให้เป็นรูปทรงนี้เลย นานมาแล้วเคยมีหนังสือพระรายเดือนฉบับหนึ่ง นำพระที่ปิดทองลักษณะนี้มาขึ้นปก ซึ่งเนื้อหาด้านในสรุปใจความได้ว่าการปิดทองของพระกรุวัดบางขุนพรหมจะปิดเป็นรูปสามเหลี่ยม (หนังสือฉบับนี้ผมยังเก็บไว้) แต่ผมก็ไม่ได้จะเชื่อ เพราะคนยุคนี้ไม่มีใครเกิดทัน เลยไม่สอบถามท่านอจ.พน นิลผึ้ง เพราะท่านศึกษาข้อมูลมามาก ท่านว่าพระลักษณะนี้ท่านสมเด็จโตให้ปิดเป็นรูปสามเหลี่ยม เพราะจะได้รู้ว่าพระองค์นี้ทำที่วัดระฆัง ก็น่ามีเหตุผลอยู่เพราะ พระกรุบางขนพรหมที่เจอไม่ได้ปิดเป็นรูปสามเหลี่ยมก็มี ถือเป็นข้อมูลเกร็ดเล็กน้อยที่มาเล่าสู่กันฟัง