วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2563

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พระองค์นี้เคยลงรักมาก่อน แล้วถูกล้างออก จัดเป็นพิมพ์นิยมพิมพ์หนี่ง.





วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2563

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์พิเศษ

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์พิเศษ ฝีมือช่างหลวงแกะพิมพ์ พระองค์นี้เป็นพระยุคปลายตอนต้น ราวปี พ.ศ.๒๔๐๗ วิเคราะห์จากการใช้น้ำมันตังอิ๊ว น้ำอ้อยเคี่ยว และยางไม้เป็นตัวประสาน และยังมีส่วนผสมของถ่านแม่พิมพ์อยู่มาก หลังจากยุคปลายตอนต้น พระจะแก่น้ำมันตังอิ๊วหรือใช้น้ำมันตังอิ๊วเป็นหลัก และไม่ค่อยพบถ่านแม่พิมพ์ในเนื้อพระ พระองค์นี้เกศเป็นเกศดอกลำเจียก หูช้าง ท้องร่อง มีเส้นแซมที่ฐานชั้นกลาง ๑ เส้น พระองค์นี้ผมได้มาประมาณ ๒๐ กว่าปีก่อน เมื่อได้พระมาก็นำมาทดลองวางกระทบกับหินอ่อน เพื่อฟังเสียงดูว่าเนื้อแกร่งหรือไม่ เสียงก็ใสดี ในครั้งนั้นได้นำพระมาทดลอง ๓ องค์ พระก็ไม่เสียหายแต่อย่างใด หลังจากนั้นประมาณ ๑ เดือน ได้นำพระออกมาดูใหม่ ปรากฏว่ามุมด้านหลังองค์พระผิวกระเทาะออก เลยเอาพระอีก ๒ องค์ที่ทดลองพร้อมกันมาดู ผิวก็กระเทาะหลุดออกเช่นเดียวกัน จึงนำมาเล่าสู่กันฟัง ว่าไม่ควรนำพระมาทดลองอย่างที่ผมทำ เพราะจะเสียใจภายหลัง.






วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563

เบี้ยแก้หลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว

เบี้ยแก้หลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้วตัวนี้ พอกด้วยเนื้อผงยาจินดามณี ด้านล่างกดเป็นพระพิมพ์เศียรโล้นสะดุ้งกลับ ลงชาดปิดทองสวยงาม ส่วนด้านข้างสองด้านจารยันต์เฑาะว์ นับว่าเป็นของที่หาดูได้ยาก เรื่องเบี้ยแก้นั้นที่นิยมสูงสุดก็มีของหลวงปู่รอด วัดนายโรง และของหลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว เบี้ยของทั้งสองวัดนั้นมีแบบถักเชือก และเบี้ยเปลือยซึ่งหายากในปัจจุบัน ส่วนเบี้ยของหลวงปู่บุญ ที่พอกด้วยผงยาจินดามณี และมีพระพิมพ์เศียรโล้นสะดุ้งกลับอยู่ด้วย คงเป็นตำนานไปแล้ว.



วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563

พระลีลาไขว้ขา หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว

พระลีลาไขว้ หรือพระลีลาไขว้ขา หลังจารยันต์เฑาะลงชาดปิดทอง ของหลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว เนื้อ "ผงยาจินดามณี" หรือเรียกอีกชื่อว่า "ผงยาวาสนา" เป็นตำราของวัดกลางบางแก้วที่สืบทอดต่อกันมา ซึ่งหลวงปู่บุญท่านได้รับการสืบทอดมาจากพระอาจารย์ทอง เจ้าอาวาสรูปก่อนหน้าหลวงปู่บุญ ว่ากันว่าตำรับยานี้เป็นของพระสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว (ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวร) ได้บันทึกไว้ในสมุดข่อยลงทองล่องชาด เป็นสมบัติสืบทอดกันมาของวัดกลางบางแก้ว การสร้างผงยาจินดามณีนั้นยุ่งยากซับซ้อนมาก แค่หาตัวว่านให้ครบตามตำราก็ยุ่งยากแล้ว เมื่อได้ว่านยามาแล้ว ต้องนำมาเสกด้วยคาถาก่อนที่จะนำมาผสมกัน ในขณะที่ผสมและบดยาก็ต้องว่าคาถากำกับไปด้วย แมัแต่ตัวหินบด ตัวลูกหินและแม่หินก็ต้องลงอักขระไว้ด้วย ที่เล่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง มีบันทึกตั้งแต่อดีตไว้ว่า ยาจินดามณีหรือยาวาสนา เป็นยาที่ทรงคุณวิเศษเพื่อช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บ รวมถึงโรคที่เกิดจาก "เคราะห์กรรม" และยังได้บรรยาสรรพคุณไว้อีกมากมาย ถ้านำติดต้วเข้าป่าจะกันคุณไสย สัตว์ร้าย และภูตผีได้ รวมทั้งเป็นเมตตามหานิยม ฯลฯ จากการที่ทำยากนี้เอง มีการบันทึกไว้ว่า หลวงปู่บุญได้สร้างยาจินดามณีไว้เพียง ๒ ครั้งเท่านั้น คือในปี พ.ศ.๒๔๓๕ และ พ.ศ. ๒๔๗๖ เนื้อของยาจินดามณีมีสองสี คือเนื้อสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ เป็นเนื้อผงยาจินดามณีคลุกรัก และสีแดงเข้มอมน้ำตาล เป็นผงยาจินดามณีผสมน้ำผึ้งอย่างพระที่ลงให้ชมในวันนี้.



วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2563

สิงห์งาแกะหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ

สิงห์งาแกะหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ สิงห์ตัวนี้เป็นสิงห์สามขวัญทรงเครื่อง ยกขาข้างหนึ่งเรียกกันในกลุ่มนักสะสมว่า "สิงห์ตะปบเหยื่อ" นัยน์ตาฝังพลอยแดง บางตัวก็ทาชาดสีแดง แต่ส่วนใหญ่จะไม่ฝังพลอยและทาชาด สิงห์ของท่านมีหลายฝีมือ เพราะท่านทะยอยทำอยู่หลายปีไม่ได้ทำคราวเดียวมากๆ จึงมีงานช่างอยู่หลายฝีมือ สิงห์สองขวัญของท่านก็มี ไม่ได้มีเฉพาะสามขวัญอย่างที่หลายท่านเข้าใจ สิงห์ตัวนี้มีขนาดความกว้าง 2.5 ซ.ม. ความสูง 2.2 ซ.ม




พระสมเด็จวังหลัง

นานๆจะได้ชมพระสมเด็จวังหลัง พระสมเด็จวังหลังส่วนใหญ่จะเป็นพิมพ์อกวี เกศยาว ที่เด่นคือซุ้มจะเป็นแบบเส้นขนมจีน คือเรียวเล็กคล้ายนำเอาเส้นขนมจีนมาวาง ขอบด้านข้างใช้ของมีคมตัดทั้ง ๔ ด้าน ส่วนเนื้อพระ เป็นเนื้อผงผสมข้าวสุก มวลสารหลักต่างๆ และดินมงคล ๕ ชนิด ใช้น้ำอ้อยเคี่ยวเป็นตัวประสาน เนื้อพระเนียนละเอียด มีน้ำหนักมากกว่าพระเนื้อมาตราฐานทั่วไป พระที่มีส่วนผสมของดินนั้นมีเฉพาะบางรุ่นเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนผสมของดินทุกครั้งไป (ข้อมูลจากหนังสือบันทึกของหลวงปู่คำ)





วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563

พระปิดตาพิมพ์ปั้นเนื้อผงคลุกรัก หลวงพ่อแก้ววัดปากทะเล

พระปิดตาพิมพ์ปั้นเนื้อผงคลุกรัก หลวงพ่อแก้ว ถ้าเป็นพระเนื้อผงคลุกรัก พิมพ์ปั้นนั้นส่วนใหญ่จะตีเป็นของวัดปากทะเล ท่านสร้างก่อนที่ท่านจะมาอยู่ที่วัดเคลือวัลย์ พระพิมพ์ปั้นนั้นมีหลายแบบ หลายขนาด แตกต่างกัน ส่วนช่างที่แต่งพระนั้นจะใช้มีดปลายแหลม เซาะตกแต่งร่อง จึงเห็นรอยมีดเป็นเส้นเล็กๆอยู่ตามร่อง เนื้อพระเป็นเนื้อละเอียดสีน้ำตาลเข้ม แลเห็นชิ้นว่านตามผิวพระทั่วองค์ คล้ายผิวกะลา จึงมีบางท่านเรียกพระเนื้อนี้ว่า "เนื้อกะลา"



พระปิดตาหลวงพ่อแก้วยอดบายศรี วัดเครือวัลย์จังหวัดชลบุรี

พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์จังหวัดชลบุรี พิมพ์ปั้นสามเกลอยอดบายศรี เป็นพระที่สร้างไว้สำหรับเสียบบนยอดบายศรีขณะทำพิธีพิธีกรรมต่างๆ ลักษณะเป็นพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักสามองค์ ประกบด้านหลังเข้าหากันเป็นสามด้าน ใต้ฐานเจาะรูกลวงไว้สำหรับเสียบยอดบายศรี.


พระขุนแผน พิมพ์แตงกวาผ่าซีก กรุวัดพระรูป จังหวัดสุพรรณบุรี

พระที่ลงวันนี้เป็นพระขุนแผน พิมพ์แตงกวาผ่าซีก กรุวัดพระรูป เป็นพระขุนแผนที่มีอายุเก่าที่สุดของเมืองสุพรรณ มีอายุเก่ากว่าพระขุนแผนพิมพ์ห้าเหลี่ยมกรุวัดบ้านกร่าง พระขุนแผนพิมพ์แตงกวาผ่า กับพิมพ์ไข่ผ่าซีกนั้น เป็นพิมพ์เดียวกัน ต่างกันที่ความอูมของด้านหลังองค์พระเท่านั้น พิมพ์ไข่ผ่าจะอูมกว่าพิมพ์แตงกวาผ่า พระทั้งสองพิมพ์จะมีจุดสัญลักษณ์ที่เรียกว่า "ตราเบนซ์" เหมือนกัน ตรานี้จะอยู่ที่ข้างพระเพลาขวาขององค์พระ พระพิมพ์นี้มีขนาดค่อนข้างเขื่อง จึงนิยมแขวนบูชาเดี่ยว.