วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2563

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ เนื้อหนึกแกร่ง







พระสมเด็จตราแผ่นดิน

พระสมเด็จตราแผ่นดิน เนื้อผงพุทธคุณ เนื้อหาสวยงาม มีพระสมเด็จ(องค์เล็ก) ไว้ตรงกลาง และมีผงพุทธคุณของท่านสมเด็จโตผสมอยู่ แต่พระพิมพ์นี้ไม่ทันท่านสมเด็จโต เพราะตราแผ่นดินนี้ ร.๕ ท่านมอบหมายให้ หม่อมเจ้าประวิช (ต๋ง) ชุมสาย ในกรมขุนราชสีหวิกรม เป็นผู้ออกแบบเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๑๖ ซึ่งตรงกับปีฉลองครองราชครั้งที่ ๒ ของท่าน ในขณะนั้นท่านสมเด็จโตได้มรณะภาพไปก่อนแล้วหนึ่งปี คือปี พ.ศ. ๒๔๑๕ เพราะฉะนั้น พระองค์ใดที่มีตราแผ่นดิน พระองค์นั้นจะไม่ทันท่านสมเด็จโต.

พระสมเด็จพิมพ์พิเศษ เนื้อหินเขียว

พระองค์นี้เป็นพิมพ์พิเศษ เป็นเนื้อหินเขียวมีน้ำหนักมากกว่าเนื้อผงทั่วไป เนื้อนี้คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้เห็น เนื้อหินเขียวนี้เท่าที่ค้นข้อมูลได้จากหนังสือ พระสมเด็จวังหน้า และ หลวงพ่อเงินฯ พิมพ์ช่างหลวงเขียนโดย "มัตตัญญูู" ข้อมูลกล่าวว่า เนื้อหินเขียวนี้ได้มาจากลังกา ในสมัยรัชกาลที่ ๒ ปีพ.ศ.๒๓๕๗ ท่านได้ส่งสมณฑูตไปลังกา ทางลังกาได้ถวายหินเขียวพร้อมไม้โพธื์ ต้นที่สืบต่อมาจากต้นที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้มาด้วย แต่ไม่มีบันทึกว่า ท่านสมเด็จโตท่านได้ของ ๒ สิ่งนี้มาได้อย่างไร หินเขียวนี้น่าจะมีความเกี่ยวพันธ์กับพุทธศาสนา แต่ไม่มีข้อมูลใดบันทึกไว้ มีบันทึกไว้แต่ไม้โพธิ์เท่านั้น พูดถึง "ไม้ไก่กุก" ที่พบในพระสมเด็จบางองค์นั้น ความจริงคือไม้โพธิ์ที่ได้มาจากลังกานี้เอง ไม่ใช้ไม้ไก่กุกที่อยู่ตามพื้นดินอย่างที่หลายท่านเข้าใจ ส่วนพระพิมพ์นี้เป็นงานฝีมือของราชสำนัก.




พระสมเด็จพิมพ์เจ็ดชั้นพิมพ์กลาง (วัดไชโยวรวิหาร)





วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2563

พระพิมพ์เจ็ดชั้นพิมพ์กลาง (วัดเกศไชโย) เนื้อดิน

พระพิมพ์เจ็ดชั้นพิมพ์กลาง (วัดเกศไชโย) เนื้อดิน พระพิมพ์นี้ไม่ค่อยได้พบเห็น ช่างทำโบสถ์จ.อ่างทองเป็นผู้แกะแม่พิมพ์ถวาย เมื่อปี พ.ศ.๒๓๕๖ ขณะนั้นท่านสมเด็จโตอายุ ๒๕ ปีเป็นพระลูกวัดธรรมดา และทำครั้งที่สองปี พ.ศ.๒๓๖๘ ท่านอายุ ๓๗ ปี ครองสมณศักดิ์เป็นพระครูธรรมดาสามัญ (ข้อมูลจากบันทึกหลวงปู่คำ) สำหรับพระองค์นี้เป็นพระเนื้อดินลงรักปิดทอง ลักษณะการลงรักเป็นงานช่างสิบหมู่หรือช่างหลวง อย่างที่เคยเล่าว่าพระของท่านสมเด็จโต จะเป็นเนื้ออะไรก็ตาม จะเปลี่ยนเฉพาะเนื้อพื้น มวลสารยังคงเดิม วันนี้มีภาพขยายของพระองค์นี้ให้ชมด้วย ว่าเป็นอย่างที่บอกไว้จริง.




วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2563

สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ปรกโพธิ์

สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ปรกโพธิ์ เป็นพิมพ์โพธิ์๘ คือมีใบโพธิ์ข้างละ๘ใบ แกะแม่พิมพ์โดยหลวงสิทธิ์ ท่านสมเด็จโตได้สร้างไว้ตอนอายุ ๖๐ ปีตรงกับปีพ.ศ.๒๓๙๐ ในปีนั้นท่านได้สร้างพระพิมพ์ปรกโพธิ์ ๘ ไว้หลายพิมพ์ ขณะนั้นท่านครองสมณศักดิ์เป็น
พระเทพกวีศรีวิสุทธินายก

พระลือเนื้อผงพุทธคุณ

พระล้อพิมพ์โบราณของท่านสมเด็จโตมีมากพิมพ์ สำหรับองค์นี้เป็นพระลือเนื้อกรองละเอียด หลวงปู่คำเล่าว่าพระที่มาเรียนพระธรรมวินัยที่วัดระฆัง เมื่อเรียนจบก็จะขอเนื้อผงจากท่านสมเด็จโตเอามากดพิมพ์พระที่ตัวเองนำมา เพื่อเอาไปฝากญาติโยมทางบ้าน ใครอยู่ภาคไหนมีพระอะไรก็จะเอามากดพิมพ์ จึงมีพระเนื้อผงพิมพ์พระกรุต่างๆ อยู่มากมาย เพราะลูกศิษย์ของท่านมีแทบทุกภาค ท่านสมเด็จโต เป็นครูสอนนักธรรมและพระเปรียญมาตลอด จนถึงจุลศักราช ๑๒๐๙ หรือ พ.ศ. ๒๓๙๐ ท่านได้รับสมณศักดิ์เป็นพระเทพกวีศรีวิสุทธินายก แต่ท่านก็ยังสอนอยู่ จนท่านได้เป็นประธานตรวจสอบพระธรรมและพระเปรียญ ท่านจึงหยุดสอน ตอนนั้นท่านอายุ ๗๑ ปีพอดี ซึ่งตรงกับปี พ.ศ. ๒๔๐๒.


พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ เนื้อปูนสุกผสมปูนดิบ.




วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2563

พระพิมพ์ฐานคู่วัดระฆัง

พระพิมพ์ฐานคู่วัดระฆัง พระพิมพ์นี้ฃ่างสิบหมู่แกะถวายท่านสมเด็จโต เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๘๗ (ข้อมูลจากบันทึกหลวงปู่คำ) ขณะนั้นท่านอายุ ๕๖ ปี ครองสมณศักดิ์เป็นพระราชปัญญาภรณ์ แล้วได้นำพิมพ์นี้มาสร้างอีกครั้งเพื่อบรรจุไว้ที่วัดบางขุนพรหมใน (วัดใหม่อมตรส) ปี พ.ศ.๒๔๑๓ เนื้อพระทั้งสองยุคจะแตกต่างกัน ของวัดระฆังจะแก่ข้าวสุก ของบางขุนพรหมจะแก่ปูนสุก สรุปได้ว่า พระพิมพ์ฐานคู่นั้น ของวัดระฆังมี และได้สร้างไว้ก่อนพระกรุบางขุนพรหม.