วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พระปิดตาเนื้อผงคลุกรักหลวงปู่เอี่ยมวัดสะพานสูง ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็น ๑ ใน ๕ ชุดเบญจภาคีพระปิดตาเนื้อผง การดูพระปิดตาหลวงปู่เอียมนั้นมีผู้อธิบายไว้หลายตำรา แต่โดยส่วนตัวให้ความสำคัญของเนื้อและรักกับธรรมชาติเป็นหลัก เท่าที่พบเห็นพระปิดตาของท่านมีการลงรักไทยและรักจีน ส่วนตัวชอบรักจีนเพราะรักจีนนั้นหยุดนำเข้าสมัยรัชกาลที่ ๔ เพราะฉะนั้นสมัยท่านยังมีรักจีนที่ยังตกค้างอยู่ บางท่านว่ารักจีนมีใช้เฉพาะในราชสำนักเพราะเป็นของนำเข้าหายาก แต่คิดว่าพระระดับท่านน่าจะมีรักจีนใช้ ซึ่งพระของหลวงปู่ยิ้มอยู่เมืองกาญจนบุรีก็ยังมีรักจีนใช้ (หลวงปู่ยิ้มอายุน้อยกว่าหลวงปู่เอี่ยม ๒๘ ปี) รักจีนหรือรักชาด เป็นรักที่มีคุณภาพดี โดยนำยางรักมาเคี่ยวกับผงชาดจอแส ก็จะได้รักสีแดง คนโบราณจะนำรักจีนหรือรักชาดมาผสมกับรักไทยหรือรักสมุกซึ่งมีสีดำ ก็จะได้รักสีดำอมแดงคล้ายสีผลหว้าสุกหรือสีตากุ้งสีแดงเข้มตามส่วนผสมมากน้อย รักที่ลงบนพระปิดตาของหลวงปู่เอี่ยมจะลงไว้ค่อนข้างหนา จึงเกิดการกระเทาะถ้าลงบางรักจะรานและดูแห้งซีด บางตำรากล่าวว่า "พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยมให้สังเกตจุดแดงในเนื้อ" ก็น่าจะมาจากรักจีนนี่แหละ ที่เล่ามานี้ไม่ถือเป็นตำราแต่ถ่ายทอดจากสิ่งที่เจอฝากไว้ให้พิจารณาอีกทางหนึ่ง.





วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พระผงสุพรรรณพิมพ์หน้าแก่

พระผงสุพรรณหรือคนโบราณเรียก "พระเกสรสุพรรณ" พบที่กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี พระผงสุพรรณเป็นพระเนื้อดินละเอียดผสมว่าน แบ่งแยกแม่พิมพ์เป็น ๓ พิมพ์คือ พิมพ์หน้าแก่ พิมพ์หน้ากลาง และพิมพ์หน้าหนุ่ม (สมัยโบราณเรียกพิมพ์หนู) พระที่ลงในวันนี้เป็นพิมพ์หน้าแก่ซึ่งถือเป็นพิมพ์นิยมสูงสุดใน ๓ พิมพ์





วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พระมเหศวร พิมพ์สวนเดี่ยว กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณณบุรี

พระมเหศวร พิมพ์สวนเดี่ยว กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณณบุรี เป็นพระกรุเดียวกับพระผงสุพรรณและพระกำแพงศอก พระมเหศวร ถูกจัดอันดับให้เป็น ๑ ใน ๕ ของชุดเบญจภาคีพระยอดขุนพล ประเภทพระเนื้อชิน ที่หายาก และมีราคาสูง เอกลักษณ์ของพระมเหศวรคือมี ๒ หน้าและองค์พระจะหันพระเศียรสวนกัน ส่วนองค์ที่ลงให้ชมในวันนี้ มีหน้าเดียวสำหรับด้านหลังเป็นหลังเรียบมีลายผ้าจึงเรียกว่า"สวนเดี่ยว" พระกรุนี้แตกเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๖ พร้อมกับพระผงสุพรรณและพระพิมพ์อื่นๆ พระมเหศวร พิมพ์สวนเดี่ยว ด้านหน้าเป็นรูปองค์พระปางมารวิชัย หรือปางสะดุ้งมาร ประทับบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย กลีบบัวเป็นแบบกลีบบัวเล็บช้าง พระพิมพ์สวนเดี่ยวนี้ ส่วนใหญ่จะตัดพื้นด้านข้างขนานกับพระเศียรขึ้นไปถึงปลายเกศ สำหรับพระองค์นี้พื้นหลังจะเหมือนพระมเหศวรทั่วไป เนื้อพระเป็นเนื้อชินเงิน มีเกล็ดกระดี่ดูสวยงาม ส่วนด้านพุทธคุณครบเครื่อง โดยเฉพาะเรื่องคงกระพัน





วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่อกวี

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่อกวี พระองค์นี้เป็นพระยุคกลางที่ผ่านการใช้ ค้นข้อมูลจากหนังสือ "สมเด็จโต" พบว่าพระพิมพ์นี้ทำแจกในงานสงกรานต์ ที่วัดบางขุนพรหมนอก (วัดอินทรวิหาร) ขณะนั้นท่านครองสมณศักดิ์เป็นพระราชปัญญาภรณ์ จ.ศ. ๑๒๐๗ หรือ พ.ศ. ๒๓๘๘ อาย ๕๗ ปี ช่างสิบหมู่เป็นผู้แกะแม่พิมพ์ถวาย วันนี้มีโอกาสได้ฟัง YouTube ช่องหนึ่งเล่าเรื่องบันทึกของ "หลวงปู่คำ" แต่มีการแต่งเติมจากเดิมซึ่งในบันทึกไม่มีคือ การสร้างพระเนื้อผงชุดเบญจภาคีใส่เพิ่มเติมเข้าไป ซึ่งในบันทึกจริงนั้นบอกเพียงว่าพระที่มาเรียนธรรมที่วัดระฆัง เมื่อเรียนจบก็จะขอผงของท่านสมเด็จโต เพื่อมากดพิมพ์พระเอาไปแจกที่บ้านของตน คนที่อยู่ทางภาคเหนือก็จะเอาแม่พิมพ์พระที่นิยมทางภาคเหนือมากด พระของท่านจึงมีพิมพ์ต่างๆตามที่พระท้องถื่นนิยม ไม่มีการบันทึกว่าท่านสั่งให้สร้างพระชุดเบญจภาคีเพื่อแจกเป็นพิเศษ เพราะพระชุดเบญจภาคีนี้ "ตรียัมปวาย" เพิ่งมากำหนดในภายหลัง ประมาณปี พ.ศ.๒๔๙๖-๗ นี้เอง เพราะฉะนั้นการเสพสื่อในปัจจุบันก็ต้องระวังครับ.





พระสมเด็จพิมพ์ทรงเจดีย์

พระสมเด็จพิมพ์ทรงเจดีย์ (พิมพ์พระประธานถ้าเรียกแบบโบราณ) พระพิมพ์นี้ท่านสร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๓๖๘ เป็นพระครูธรรมดาสามัญ สร้างไว้ที่วัดบางขุนพรหมนอก (วัดอินทรวิหารในปัจจุบัน) ช่างสิบหมู่เป็นผู้แกะแม่พิมพ์ถวาย เป็นพระที่ผ่านการใช้มามากจนผิวเปิดหมด ทำให้เห็นมวลสารต่างๆ จึงเป็นพระดูง่ายองค์หนึ่ง ในพระองค์นี้มีหมุดเงินผสมอยู่หลายจุด (บางองค์ก็เป็นหมุดทองคำ) ซึ่งเมื่อขยายหมุดเงินดู ในหมุดเงินเล็กๆนั้นมีโลหะอื่นผสมอยู่ด้วยหลายชนิดเช่นทอง จึงทำให้คิดว่าหมุดเงินนั้นเป็นชิ้นส่วนหรือผงจากการสร้างพระโลหะได้หรือไม่ แล้วท่านได้นำมาผสมในพระของท่าน อันนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานส่วนตัวเท่านั้น








วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่อกกระบอก

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่อกกระบอก พระพิมพ์นี้จะมีลำตัวที่ตรง ต้นแบบมาจากพระพุทธรูปสมัยอู่ทองที่มีลำตัวที่ตรง พระพิมพ์เกศบัวตูมต้นแบบมาจากพระพุทธรูปเชียงแสน ที่มีเกศเป็นรูปบัวตูม ส่วนพิมพ์ใหญ่ต้นแบบคือพระประธานวัดระฆังซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปสุโขทัย


วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พระสมเด็จวัดเกศไชโยพิมพ์ ๗ ชั้น

พระสมเด็จวัดเกศไชโยพิมพ์ ๗ ชั้น พระวัดเกศถือว่าเป็นพระพิมพ์แรกๆที่ท่านสมเด็จโตสร้าง และสร้างไว้หลายวาระมีมากพิมพ์ เช่นพิมพ์ ๗ ชั้นมีอยู่ ๙ พิมพ์ เพราะฉะนั้นบางครั้งพระที่ท่านครอบครองอยู่ เมื่อดูเนื้อหาและความเก่าได้ แม้นจะผิดพิมพ์หรือไม่เหมือนพิมพ์นิยม ก็ไม่ได้หมายความว่าพระที่ท่านมีอยู่นั้นจะเป็นพระทำเทียมเรียนแบบ หลวงปู่คำได้บันทึกไว้ว่า พระวัดเกศมีทั้งหมด ๒๙ พิมพ์ ดังนี้
พิมพ์พระห้าชั้น พิมพ์ใหญ่มี ๓ พิมพ์
พิมพ์พระห้าชั้น พิมพ์กลางมี ๓ พิมพ์
พิมพ์พระห้าชั้น พิมพ์เล็กมี ๓ พิมพ์
พิมพ์พระหกชั้น พิมพ์ใหญ่มี ๓ พิมพ์
พิมพ์พระหกชั้น พิมพ์กลางมี ๓ พิมพ์
พิมพ์พระหกชั้น พิมพ์เล็กมี ๓ พิมพ์
พิมพ์พระเจ็ดชั้น พิมพ์ใหญ่มี ๓ พิมพ์
พิมพ์พระเจ็ดชั้นพิมพ์กลางมี ๓ พิมพ์
พิมพ์พระเจ็ดชั้น พิมพ์เล็กมี ๓ พิมพ์
พระพิมพ์เก้าชั้นมี ๒ พิมพ์ รวมทั้งหมดมี ๒๙ พิมพ์




วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พระหูยาน ลพบุรีพิมพ์ใหญ่ (กรุเก่า)

พระหูยาน ลพบุรีพิมพ์ใหญ่ (กรุเก่า) มีการรขุดพบที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี จึงเรียกกันติดปากว่า "พระหูยานลพบุรี" แตกกรุออกมาครั้งแรกประมาณปี พ.ศ. ๒๔๐๕ พระชุดนี้จะเรียกกันว่า "พระกรุเก่า" จะแบ่งออกเป็น ๓ พิมพ์คือ พระหูยานพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก พระหูยานนอกจากจะพบที่จังหวัดลพบุรีแล้ว ยังได้พบพระหูยานขึ้นมาอีกหลายกรุ เช่นกรุวัดปืน กรุวัดอินทาราม กรุวัดราษฎร์บูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี กรุวัดค้างคาว จังหวัดเพชรบุรีเป็นต้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๘ มีการแตกกรุออกมาอีกครั้งที่บริเวณพระเจดีย์องค์เล็กหน้าพระปรางค์ จึงเรียกพระชุดนี้ว่า "พระกรุใหม่" พระชุดนี้จะมีสภาพสมบูรณ์สวยงาม ส่วนมากจะมีพรายปรอทสีขาวจับอยู่ เนื่องจากพระกรุใหม่นี้ถูกฝังรวมไว้กับพระพุทธรูปบูชาซึ่งเกิดคราบสนิมเขียวตามกาลเวลา คราบสนิมเขียวนี้ได้ลามไปติดในองค์พระหูยานกรุใหม่ด้วย (แต่คงไม่ทุกองค์) จึงกลายเป็นจุดสำคัญในการดูพิจรณาพระหูยานกรุใหม่ พระหูยานนี้ยังได้แบ่งหน้าพระออกเป็น ๒ แบบคือ พระหูยานหน้ายักษ์และพระหูยานหน้ามงคลอีกด้วย.




พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่อกวี

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่อกวียุคปลาย พระองค์นี้เป็นพระเนื้อผงผสมข้าวสุกและดินโป่งเหลืองหรือดินสอเหลือง เนื้อจึงออกสีเหลือง ดินโป่งเหลืองเป็นดินประเภทหนึ่งที่มีสีเหลืองตามธรรมชาติ ถือเป็นของดีในตัวเองจึงจัดเป็นของขลังประเภทหนึ่ง ซึ่งท่านสมเด็จโตได้นำมาเป็นส่วนผสมในพระของท่าน และยังนำมาทำเป็นแท่งดินสอสำหรับเขียนพระคาถาเพื่อลบเอาผง ในการทำผงวิเศษอีกด้วย




วันอังคารที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่อกวียุคปลาย

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่อกวียุคปลาย พระองค์นี้เป็นพระเก่าเก็บยังไม่ผ่านการใช้ ในเนื้อมีส่วนผสมของรักดำฝังอยู่ เนื้อพระเป็นเนื้อผงผสมปูนสุกเป็นพระเนื้อหนึกแกร่ง ด้านหน้ามีรอยแตกรานบางส่วน ด้านหลังมีรอยปริชัดเจน จัดเป็นพระที่สภาพสมบูรณ์องค์หนึ่ง