วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2563

พระรอดพิมพ์ใหญ่กรุวัดมหาวัน

พระรอดพิมพ์ใหญ่กรุวัดมหาวัน พระองค์นี้ออกสีเทาดำเป็นพระที่สวยสมบูรณ์องค์หนึ่ง.








วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2563

พระพิมพ์พิเศษรูปเหมือนท่านสมเด็จโต

พระพิมพ์พิเศษรูปเหมือนท่านสมเด็จโต พระพิมพ์นี้เคยลงไว้แล้ว แต่องค์นี้ยังไม่เคยลงเลยขอนำมาเล่าอีกครั้ง สำหรับพระองค์นี้ยังไม่ผ่านการใช้ เวลาขยายเนื้อดูจึงไม่ค่อยเห็นอะไร เพราะโดนคราบไขต่างๆปิดหมด หลวงปู่คำบันทึกได้ไว้ว่า " ขุนพิทักษ์ (นายแก้ว) เป็นผู้เอาแม่พิมพ์มาถวาย แต่ท่านโตไม่ยอมรับ และพูดว่า อาตมาจะทำพระแจกต้องเป็นรูปพระปฏิมากร ไม่ใช่รูปฉันไปแจก ขุนพิทักษ์ก็ไม่ยอม บอกว่าจะเอาไปแจกลูกหลานโดยขอผงพระที่ปลุกเสกแล้วมากดพิมพ์เอง ท่านเจ้าประคุณไม่รู้จะทำอย่างไร เลยรับเอาแม่พิมพ์มาวางที่ถาดที่ใส่ผงผสมไว้แล้ว ขุนพิทักษ์ขอให้เณรช่วยพิมพ์พระได้ไป ๑๐๐ กว่าองค์ ผู้ที่มาในวันนั้นจะได้รับแจกพิมพ์รูปเหมือนทุกคน พวกบ้านช่างหล่อได้ไป ๔๐ กว่าองค์ พิมพ์ได้ประมาณ ๒๐๐ องค์ เผอิญผงติดแม่พิมพ์แกะไม่ออก จึงให้ลูกน้องที่ติดตามเอาไปล้าง แม่พิมพ์ตกลงมาแตก ท่านเจ้าประคุณทราบก็ชอบใจและพูดว่า ฉันไม่เต็มใจให้พิมพ์รูปของฉันแม่พิมพ์จึงตกแตก " พระพิมพ์นี้น่าจะเป็นพิมพ์สุดท้ายที่ท่านสร้าง เพราะหลวงปู่คำบันทึกไว้ว่า หลังจากนั้น ๔ เดือนท่านก็มรณภาพ แสดงว่าพระองค์นี้ได้สร้าง ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ.๒๔๑๕ ท่านสมเด็จโตมรณภาพ วันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๑๕ อายุ ๘๕ ปี บวชพระ ๖๕ พรรษา บวชเณร ๘ พรรษา.






วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2563

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์พิเศษ

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์พิเศษ ตามปกติพระสมเด็จจะเป็นพิมพ์ปางสมาธิ แต่องค์นี้กลับเป็นพิมพ์ปางมารวิชัย หรือพิมพ์สะดุ้งมาร ส่วนเนื้อเป็นเนื้อผสมมวลสารหลากหลาย เนื้อพระออกสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งเกิดจากการคลายตัวของยางไม้ น้ำผึ้ง น้ำอ้อยเคี่ยวที่เป็นตัวประสานเนื้อพระ ปกคลุมจนทั่วแทบไม่เห็นเนื้อพระดั่งเดิม ตามพื้นผนังมีคราบไขปนกับแคลไซต์ออกสีขาวนวล กระจายอยู่ทั่วไป พระองค์นี้มีขนาดเล็กกว่าพิมพ์มาตราฐานทั่วไป.









วันอังคารที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่

ขอส่งท้ายปีเก่าด้วยพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ พระองค์นี้เป็นพระเนื้อผงผสมว่าน (ที่ถูกควรเรียกไม้มงคล) เกสรดอกไม้ และผงใบลาน ใช้ยางไม้ น้ำอ้อยเคี่ยว และน้ำมันตังอิ๊วเป็นตัวประสาน แสดงว่าพระองค์นี้เป็นพระยุคปลาย คือสร้างหลัง ปีพ.ศ.๒๔๐๗ มีขนาดใกล้เคียงพระสมเด็จมาตราฐานทั่วไป (พระสมเด็จส่วนใหญ่แล้วใน ๑ พิมพ์จะมี ๓ ขนาด) พระองค์นี้มีน้ำหนักเบากว่าพระเนื้อปูนเปลือกหอย มีคราบไขที่เกิดจากผงใบลานจางๆ เมื่อใช้กล้องกำลังสูงขยายดู มีชิ้นว่าน (ไม้) หลายชนิดที่สีต่างกัน ว่านหรือไม้ที่ท่านนำมาสร้างพระของท่านมี ๑.ไม้กาหลงเป็นไม้มงคลนาม ๒. ไม้ดอกสวาท เป็นไม้มหานิยมและเมตตา ๓.ไม้ดอกรักซ้อน หรือ ยอดรักซ้อน เป็นมหาเสน่ห์ ๔. ใบพลูร่วมใจเป็นมหาเสน่ห์ ๕. ใบพลูสองหาง กันเสนียดจัญไร กันคนกระทำ ๖. ใบหรือดอกราขพฤกษ์ เป็นไม้ที่ให้ความร่มเย็น อบอุ่น ๗. ใบหรือดอกชัยพฤกษ์ เป็นใบล้างความเจ็บให้หมดไป ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นมงคลทั้งสิ้น พระเนื้อนี้โอกาสพบเจอน้อยมากคนทั่วไปไม่ค่อยทราบ เท่าที่พบถ้าเป็นพระเนื้อผงผสมว่าน หรือพระเนื้อว่านเนื้อชานหมาก ถ้าเป็นพระยุคต้นและยุคกลางจะมีขนาดเล็กกว่าพระทั่วไป อาจเป็นเพระมวลสารมีน้อย เลยทำขนาดเล็กจะได้จำนวนองค์พระมากขึ้นก็เป็นได้ (ข้อนี้คิดเอาเอง) ใกล้ขึ้นปีใหม่ ๒๕๖๓ แล้ว ขออำนาจคุณพระรัตนตรัย ดลบันดาลให้ทุกท่านมีแต่ความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรง ตลอดปีและตลอดไป ด้วยเทอญ.






วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์พิเศษ พระเนื้อว่านผสม

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์พิเศษ พระองค์นี้เป็นพระเนื้อว่านผสม ไม่ใช่พิมพ์นิยมเนื้อนิยมที่เขาเล่นกัน แต่เป็นพระที่หายากมากๆจะเป็นพระที่ดูยากสำหรับมือใหม่ แต่ถ้าเข้าใจแล้วก็ไม่ยากนัก พระเนื้อผงของท่านสมเด็จโตท่านจะใช้มวลสาร ส่วนผสมหลักเดิมๆ เปลี่ยนเพียงเนื้อพื้นเท่านั้น ไม่ว่าพระจะเป็นพิมพ์อะไรส่วนผสมหลักก็เหมือนเดิม มีเพียงบางครั้งที่อาจมีมวลสารพิเศษเพิ่มขึ้น เช่นในบางรุ่นจะมีส่วนผสมของอัญมณี หยก ผงทองคำหรือดินเป็นต้น มวลสารที่ท่านใส่ทุกอย่างมีความหมายในตัว จะขอคัดลอกบทความจากหนังสือ "สมเด็จโต" ซึ่งเป็นบันทึกของหลวงปู่คำมาให้อ่านบางส่วน หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์ครั้งแรกประมาณปี พ.ศ.๒๕๓๗ จัดทำโดย นายแฉล้ม โชติช่วง (ผู้ที่ได้รับบันทึกตกทอดมา) และ นายมนัส ยอขันธ์ (ปัจจุบันมีผู้นำบทความในหนังสือเล่มนี้ไปคัดลอก และบิดเบือนเพิ่มเติม เพื่อผลประโยชน์ต้องระวัง) ดินที่ท่านใช้สร้างพระมี ๕ อย่าง คือ ๑. ดินเจ็ดโป่ง ๒.ดินเจ็ดป่า ๓.ดินเจ็ดท่า ๔. ดินเจ็ดสระ ๕. ดินหลักเมืองเจ็ดเมือง (สำหรับความหมายจะอธิบายในภายหลัง) และท่านยังใช้ ตะไคร่เจดีย์ ตะไคร่รอบโบสถ์ ตะไตร่ใบเสมา ส่วนเกสร ว่าน และดอกไม้ที่ท่านใช้นั้นมี ๑. ดอกสวาท ๒.ดอกกาหลง ๓. ดอกรักซ้อน ๔. ดอกกาฝากรัก ๕. ดอกชัยพฤกษ์ ๖.ดอกว่านนางคุ้ม กับดอกว่านนางล้อม ๗. ดอกว่านเสน่จันทร์ จันทร์ขาว จันทร์แดง จันทร์ดำ ๘. ดอกว่านนางกวัก ๙.ว่านพระพุทธเจ้าหลวง ส่วนใบพลูที่ท่านใช้ผสมพระ คือใบพลูร่วมใจและใบพลูสองหาง ที่กล่าวนี้ยังมีส่วนผสมอื่นๆอีก เช่นเศษพระกำแพงเพขรบด ผงใบราน ถ่านแม่พิมพ์เป็นต้น สำหรับพระที่ลงในวันนี้เป็นพระเนื้อว่านผสมหลายชนิด เป็นพระยุคต้น และใช้น้ำอ้อยเคี่ยว น้ำผึ้ง ยางไม้เป็นตัวประสาน น้ำหนักเบา องค์พระเล็กกว่าพิมพ์ทั่วไป พยายามถ่ายเพื่อเจาะเนื้อให้ดู แต่ก็โดนคราบแคลเซี่ยมหรือแคลไซต์ ปกคลุมจนแทบไม่เห็นเนื้อใน ก็ถ่ายมาได้เท่าที่นำมาให้ชมในวันนี้ครับ. (ไม่ต้องถามราคามานะครับ พระโชว์)









วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ลิงหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว เนื้องาแกะ

ถ้าพูดถึงเครื่องรางที่เกี่ยวกับลิง ในอดีตมีอยู่สามอาจารย์ดังคือ ๑.หนุมานหลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน จ.นนทบุรี ๒.องคต หลวงพ่อเชย วัดบางกระสอบ จ.สมุทรปราการ ๓.ลิงหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว จ.ฉะเชิงเทรา วันนี้นำลิงจับหลักของหลวงพ่อดิ่งมาให้ชม ฉายาของท่านคือ "คังคสุวรรณโณ" ลิงที่ท่านสร้างส่วนใหญ่จะแกะจากรากต้นพุดซ้อน แต่ตัวนี้แกะจากงาแก่ ด้วยความเก่าและกรอบทำให้มีชำรุดและซ่อมไว้บางส่วน ลิงของท่านเด่นทางคงกระพัน มีประสบการณ์มากในช่วงสงครามอินโดจีน หลวงพ่อดิ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดบางวัวปี พ.ศ.๒๔๔๓ และมรณภาพปี พ.ศ.๒๔๙๕ ณ วัดบางวัวนั่นเอง





วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562

พระรอดพิมพ์ใหญ่ กรุวัดมหาวัน

พระรอดกรุวัดมหาวัน เป็นหนึ่งในพระชุดเบญจภาคีทีมีอายุมากที่สุด คือประมาณ ๑,๒๐๐ - ๑,๓๐๐ ปีโดยประมาณ มีประวัติและเรื่องราวมากมาย ในปัจจุบัน มีผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านที่ศึกษา หาข้อมูลเกี่ยวกับพระกรุนี้อย่างจริงจัง ซึ่งข้อมูลหลายอย่างก็ไม่ตรงกับข้อมูลเดิมที่ผ่านมา โดยส่วนตัวจะเชื่อข้อมูลใหม่มากกว่าข้อมูลเก่า เพราะได้พิสูจน์เชิงวิทยาศาสตร์แล้ววิเคราะห์ออกมาอย่างมีเหตุผล ดูน่าเชื่อถือมากกว่าการบอกเล่าต่อๆกันมา พระรอดนั้นมีมากเนื้อหลากพิมพ์ พอศึกษาจริงจังมีเรื่องแยกปลีกย่อยมากมาย ก็ต้องศึกษากันต่อไป (เหมือนพระสมเด็จ) สำหรับพระรอดที่ลงในวันนี้เป็นพระรอดพิมพ์ใหญ่ฝีมือช่างหลวง เนื้อออกสีขาวอมเทา พระพิมพ์ใหญ่พิมพ์นี้จะมีจุดสังเกต ตรงเส้นไรพระศกด้านขวาจะมีเส้นขวางหนึ่งเส้น มีเฉพาะแม่พิมพ์นี้ไม่ได้มีทุกองค์ เพียงถือเป็นจุดสังเกตเท่านั้น พระองค์นี้เป็นพระที่สร้างในยุคของพระนางจามเทวี.