วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน คนรุ่นก่อนเรียกพระกำแพงเขย่ง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นศิลปะสุโขทัย แตกกรุมาพร้อมกับพระพิมพ์ต่างๆบริเวณลานทุ่งเศรษฐี ในอดีตพระกำแพงลีลาเม็ดขนุนได้รับความนิยมสูงกว่าพระกำแพงซุ้มกอ และถูกจัดให้อยู่ในชุดเบญจภาคีชุดใหญ่ เนื่องจากพระกำแพงลีลาเม็ดขนุนมีจำนวนน้อยค่อนข้างหายาก และมีรูปทรงสูงซึ่งไม่ค่อยเข้าชุดกับพระองค์อื่นในชุดเบญจภาคี ภายหลังจึงเปลี่ยนมาเป็นพระซุ้มกอแทน สำหรับพระที่ลงให้ชมวันนี้เป็นพระเนื้อสีดำ แร่ลอย ตามผิวพระมีเม็ดแร่ให้เห็นอยู่มากปะปนอยู่กับคราบไข สภาพสวยพองาม.







 

วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

หนุมานเนื้องาแกะ หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน นักสะสมเครื่องรางมักเรียกเครื่องรางที่นิยมชื่นชอบติดปากว่า "เสือหลวงพ่อปาน หนุมานหลวงพ่อสุ่น" คือถ้าเป็นเครื่องรางเกี่ยวกับเสือต้องยกให้ หลวงพ่อปาน วัดมงคลโคธาวาส (วัดบางเหี้ย) จ.สมุทรปราการ เป็นอันดับหนึ่ง ส่วนเรื่องของหนุมานก็ต้องยกให้ หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี " มีพุทธคุณเน้นไปทางด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด และเมตตามหานิยม สำหรับเนื้อหนุมานนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 เนื้อ คือ เนื้อไม้พุดซ้อน เนื้อไม้รักซ้อน และเนื้องาช้าง (กล่าวกันว่าที่เป็นเนื้องาช้างนั้นเพราะพอนำไม้พุดและไม้รักซ้อนมาแกะจนหมดแล้ว ท่านถึงได้นำงาช้างมาแกะสลัก และมีจำนวนน้อยมาก) หนุมานของท่านมีสองชนิดคือ หนุมานหน้ากระบี่ และหนุมานหน้าโขน สำหรับหนุมานที่ลงในวันนี้เป็นหนุมานหน้าโขนทรงเรื่อง เนื้องาแกะ หลวงพ่อสุ่น ท่านเกิดราวปี พ.ศ. ๒๔๐๔ มรณภาพในปี พ.ศ. 2482 สิริอายุได้ 78 ปี.








 

วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

เหรียญหล่อโบราณหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตกรุ่น ๒ สร้างขึ้นราวปี พ.ศ.๒๔๕๐ หรือประมาณร้อยกว่าปีที่ผ่านมา จัดได้ว่าเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมสูงเหรียญหนึ่งจนถึงปัจจุบัน วิธีสังเกตุนอกเหนือจากธรรมชาติความเก่าแล้ว เหรียญเป็นเหรียญหล่อช่อ ใต้ฐานจึงควรมีรอยก้านช่ออยู่ด้านใต้ ส่วนด้านข้างต้องมีร่องรอยของการประกบหน้า-หลังของหุ่นเทียน ซึ่งพระรุ่นนี้ขอบประกบแม่พิมพ์ด้านหน้าจะบางกว่าด้านหลังเห็นได้ชัด ข้อสังเกตอีกจุดคือตรงหัวยันต์ "มะ" (ด้านหลัง) จะมีตำหนิในแม่พิมพ์ต้นแบบรูปคล้ายๆตัว "M" หรือเรียกกันว่า "เขี้ยวตะขาบ" ถ้ามีทุกข้อที่กล่าวมา พระองค์นั้นมีโอกาสแท้สูง ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องความเป็นธรรมชาติ.









 

วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

พระปิดตาหลังแบบหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ เนื้อผงผสมว่าน ฝังตะกรุดทองคำ ๓ ดอก ลงรักมาแต่เดิม พระเนื้อผงผสมว่าน ต่างจากเนื้อผงคลุกรัก เนื้อผงผสมว่านจะหยาบกว่า ส่วนเนื้อผงคลุกรักเนื้อจะละเอียดมีส่วนผสมของว่านด้วยเนื้อเลยดูคล้ายผิวกะลา พระปิดตาหลวงพ่อแก้วที่ฝังตะกรุดทองคำไม่ค่อยมีใครกล่าวถึง เลยคิดกันว่าไม่มี ผมได้นำพระชุดนี้ไปตรวจสอบที่สถาบันของ อ.อร่าม เริงฤทธิ์ ท่านก็มีความเห็นว่าเก่าทันยุคหลวงพ่อแก้วเช่นกัน ส่วนตะกรุดทองคำที่ฝังมีตั้งแต่ ๑ ดอกขึ้นไปบางองค์ก็มีจำนวนหลายดอก วันนี้จึงนำมาให้ชม เผื่อว่าใครมีอยู่ในครอบครองจะได้ทราบ และเก็บรักษาไว้ ต่อไปนับวันจะหายาก.








 

วันพุธที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ยุคปลายเนื้อหนึกนุ่ม มวลสารมีให้เห็นไม่มากนัก เพราะเนื้อพระละเอียด เมื่อเข้ากล้องขยายสิ่งที่พบคือแคลไซต์ ก้อนผงรัตนตรัย และเม็ดผงพุทธคุณ ผงสองอย่างนี้ต่างกัน ผงรัตนตรัยมักจับตัวเป็นก้อนสีขาวด้าน ผงนี้คือผงที่ท่านสมเด็จโตเขียนอักขระ ตอนสอนหนังสือพระลูกศิษย์ของท่าน ท่านจะเก็บผงชอล์กเหล่านี้รวบรวมไว้เพื่อนำมาทำพระของท่าน ผงนี้เรียก "ผงรัตนตรัย" ส่วนผงพุทธคุณ หรือผงวิเศษจะเป็นเม็ดเล็กๆทรงกลมรี ต้องใช้กล้องขยายถึงจะเห็นชัด ลักษณะผิวแน่นเป็นมันสีขาวคล้ายเนื้อฟันของคน ผงนี้เป็นผงที่ท่านเขียนอักขระเลขยันต์ต่างๆ ซ้ำหลายครั้งที่เราเรียกกันว่า "ผงวิเศษทั้ง ๕" คือผงปถมัง ผงอิทธิเจ ผงพุทธคุณ ผงมหาราช ผงตรีนิสิงเห ผงเหล่านี้เป็นผงสำคัญ หรือผงหลักในการสร้างพระสมเด็จ ขาดไม่ได้เลย ท่านสมเด็จโตบอกว่าพระของท่านสำเร็จตั้งแต่เป็นผงแล้ว.