วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2566
หมากทุยหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง หรือท่านเจ้าคุณเฒ่า วัดหนังราชวรวิหาร บางขุนเทียน กรุงเทพฯ วัดหนังเป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา หลวงปู่เอี่ยมท่านเป็นพระที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์ที่ "พระครูศีลคุณธราจารย์" ปกครองวัดหนัง และปี พ.ศ. ๒๔๔๒ เป็นพระราชาคณะฝ่ายวิปัสสนาธุระ สมณศักดิ์ที่ "พระภาวนาโกศลเถร" วัตถุมงคลที่ท่านสร้าง ล้วนได้รับความนิยม ในการเล่นหาสะสม ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ เหรียญเสมา สร้างปี พ.ศ.๒๔๖๗ - ๒๔๖๙ ส่วนเครื่องรางของท่านได้สร้างหมากทุยไว้ ในสมัยก่อนบริเวณวัดหนัง จะเป็นสวนหมาก และเป็นสวนผลไม้เสียเป็นส่วนใหญ่ ลูกหมากจึงหาได้ไม่ยาก "หมากทุย" ทำจากลูกหมากตายพรายทั้งทะลายติดอยู่กับต้น เชื่อกันว่าเป็นวัตถุประเภททนสิทธิ์ มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัว นำมาเจาะให้เป็นโพลง แล้วบรรจุอักขระเลขยันต์ลงไป แล้วอุดทับด้วยชันโรง แล้วนำไปถักเชือกลงรัก จะมีความขลังไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเบี้ยแก้ ถ้าหมากทุยต้องของหลวงปู่เอี่ยมวัดหนัง ในปัจจุบันก็ยังเป็นที่ต้องการของนักสะสมเครื่องรางทั้งหลาย แต่ก็หาได้ยากยิ่ง สำหรับหมากทุยที่ลงในวันนี้เชือกที่ถักขาดหายไปหมดแล้ว คงเหลือแต่รักทิ้งไว้ให้พิจารณา.
วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566
พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ยุคต้น พระองค์นี้มีน้องที่สนิทกันให้มา เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำมาลงให้ชม เป็นพระเนื้อผงผสมข้าวสุก และผ่านการกรองด้วยผ้าขาวบาง เนื้อพระจึงละเอียด แม่พิมพ์เป็นแม่พิมพ์ไม้ ยังสามารถเห็นเซี่ยนไม้บนองค์พระชัดเจน แม้นพระจะสึกไปมากแล้วก็ตาม ถ้าเราตัดค่านิยมออกไป พระยุคต้นนี้น่าขึ้นคอบูชา เพราะท่านคงค่อยๆทำไม่เร่งรีบ และอธิฐานจิตตามที่ท่านต้องการจนพอใจ แล้วจึงนำแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่ใส่บาตรท่าน หรือมาหาท่าน ตามที่มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมา เวลาท่านแจกพระท่านจะบอกว่า "เก็บไว้เถอะจ้า อีกหน่อยจะหายากจ้า" เมื่อคนที่ได้นำไปใช้บูชาก็เกิดปาฏิหาริย์มากมายเป็นที่ร่ำลือ จึงเป็นที่ต้องการของบุคคลทั่วไป ตั้งแต่ระดับล่าง ถึงระดับบน จากจุดเริ่มต้นของพระยุคแรกที่ท่านสร้าง จึงมีพระยุคกลาง และยุคปลายตามมา ซึ่งทำคราวละมากๆไม่เหมือนพระยุคต้น พระยุคต้นจึงเป็นของดีที่ถูกลืม ซึ่งในปัจจุบันก็พบเจอยากแล้ว แต่ก็เป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่ต้องการพระสมเด็จแท้แต่ราคาถูกไว้บูชา พระแท้นั้นไม่จำเป็นต้องแพง และพระแพงก็ได้หมายความว่าจะแท้เสมอไป เงินไม่ได้วัดความแท้ของพระ ของแท้คือแท้ในตัวองค์พระ ไม่ใช่ราคาเป็นเครื่องตัดสิน.
วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2566
พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่เนื้อผงใบลานผสมถ่านแม่พิมพ์ พระสมเด็จเนื้อผงใบลานของท่านสมเด็จโตทำไว้สองวิธีคือ ๑.นำใบลานเผาไฟให้ลุกโชนแล้วเอาน้ำดับ หลังจากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง แล้วเอามาบดตำให้ละเอียดผสมกับผงวิเศษทั้ง ๕ และมวลสารต่างๆ ผสมน้ำอ้อยเคียว เนื้อแห้งจะออกสีน้ำตาลไหม้ ๒. นำใบลานมาเผาจนเป็นขี้เถ้า แล้วผสมกับผงวิเศษทั้ง ๕ และมวลสารต่างๆ ใช้น้ำอ้อยเคี่ยวเป็นตัวประสาน เนื้อแห้งจะออกสีเทา บางครั้งเวลาจะพิมพ์พระจะเอาผงวิเศษโรยแม่พิมพ์ก่อนเพื่อที่จะไม่ให้เนื้อติดแม่พิมพ์ จะเห็นเป็นจุดขาวเล็กๆบนองค์พระ สำหรับพระที่ลงวันนี้เป็นเนื้อผงใบลานผสมถ่านแม่พิมพ์ เนื้อพระจึงออกสีดำและมีไขตามผิวอยู่บ้าง ในอดีตพระสีดำไม่ค่อยมีคนเล่นสะสม เพราะไม่รู้ที่มาที่ไป บ้างก็คิดว่าเนื้อแบบนี้ท่านสมเด็จโตไม่ได้สร้างไว้ จึงหาได้ไม่ยาก แต่ปัจจุบันกลับเป็นที่นิยมต้องการของคนรักพระสมเด็จทั่วไป จึงไม่ค่อยพบเห็นในท้องตลาดแล้วณปัจจุบัน โลกเปลี่ยนแปลง ค่านิยมจึงเปลี่ยนไป.
วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566
พระนางพญาพิมพ์เข่าโค้ง กรุวัดนางพญา จ.พิษณุโลก เป็นศิลปะการสร้างสกุลช่างสมัยอยุธยา แตกกรุราวปี พ.ศ. ๒๔๕๒ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระนางพญาเป็นพระเนื้อดินเผาผสมว่าน และมวลสารมงคลต่างๆ แยกพิมพ์ทรงได้หกพิมพ์คือ ๑. พิมพ์เข่าโค้ง ๒. พิมพ์เข่าตรง ๓. พิมพ์สังฆาฏิ ๔. พิมพ์เทวดา ๕. พิมพ์อกนูนใหญ่ ๖. พิมพ์อกนูนเล็ก ส่วนสีมีสีต่างๆเช่น สีแดง สีดำ สีเขียว สีขมิ้นชัน สีหัวไพลแห้ง สีอิฐ สีเขียวหินครก และสีดอกจำปีเป็นต้น.
วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566
พระสมเด็จพิมพ์พิเศษ พิมพ์นิ้วมือ องค์พระจะมีขนาดประมาณเท่านิ้วหัวแม่มือ (นิ้วโป้ง) ด้านหลังอูม และมีอีกพิมพ์ที่เรียกว่า "พิมพ์เล็บมือ" ลักษณะจะกลมป้อมดูคล้ายเล็บมือ พระทั้งสองพิมพ์นี้ มักสร้างในยุคแรกๆของท่านขณะนั้นยังเป็นพระลูกวัดธรรมดา พระเหล่านี้นับวันจะมีจำนวนน้อยลงเพราะคนไม่รู้จัก จึงนำมาลงให้ชม.
วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566
พระสมเด็จพิมพ์พิเศษ เป็นภาพท่านสมเด็จโตนั่งบริกรรม ด้านหลังเป็นภาพชุดโต๊ะหมู่บูชา ขนาดองค์พระเล็กกว่าพระสมเด็จทั่วไปเล็กน้อย แกะพิมพ์โดยช่างหลวง เนื้อข้าวสุกผสมผง มวลสารสวยงามพระองค์นี้เชื่อว่าทันท่านสมเด็จโต (ดูจากอายุพระและมวลสารส่วนผสม) พระรูปเหมือนท่านสมเด็จโตที่สร้างในยุคที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้นมีมากพิมพ์ สวยบ้างไม่สวยบ้างตามแต่ฝีมือของช่างแต่ละคน มีทั้งช่างชาวบ้านและช่างหลวง โดยส่วนตัวท่านสมเด็จโตจะไม่สร้างพระรูปเหมือนของท่าน มีแต่ลูกศิษย์ที่เคารบนับถือท่านให้ช่างแกะแม่พิมพ์ แล้วมาขอผงจากท่านไปกดพิมพ์แล้วนำมาให้ท่านอธิฐานจิตให้อีกครั้ง (เล่าสืบต่อกันมา)
วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






















































